ข้อควรห้ามในการไปเที่ยวไต้หวัน

แนะนำข้อควรห้ามในการไปเที่ยวไต้หวัน

    สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการท่องเที่ยวต่างประเทศนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรในการไปเที่ยวด้วยตนเอง   แต่ถ้าหากว่าเป็นมือใหม่ ยิ่งการได้ออกไปนอกประเทศครั้งแรกจัดได้ว่าเป็นเรื่องที่ท้าท้ายตื่นเต้นค่ะ อย่างเช่นการไปเที่ยวไต้หวัน แม้ว่าเป็นประเทศเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก  การไปเที่ยวนั้นถือว่าไม่ยาก เหมาะที่จะไปด้วยตัวเอง  แต่ก็มีข้อแนะนำให้ระวังและสิ่งที่ห้ามทำเมื่อไปเที่ยวไต้หวันค่ะ

1.อย่าต่อราคาหากไม่ได้ซื้อของ

    กรณีไม่ได้มีความตั้งใจซื้อของใช้ในไต้หวัน   อย่าทำการต่อราคาของกับพ่อค้าเลยเป็นเด็ดขาด เพราะว่าถ้าหากต่อราคาแล้วไม่ซื้อ  พวกพ่อค้านั้นจะด่าคนต่อราคาเป็นภาษาจีนที่ฟังไม่รู้เรื่อง   บางรายถึงขั้นตามไปด่าถึงรถก็มีนะ อีกอย่างนั้นไม่ควรกะเงินให้พอดีให้แก่พ่อค้า  เพราะหากมีการทอนเงิน  คุณอาจจะได้รับเงินปลอมที่ได้มาจากการทอนเงิน

2.ห้ามไว้ใจใคร

 ในกรณีมีคนมาช่วยหยิบ  จับถือของให้เราในประเทศไต้หวัน อาจต้องระวังหน่อยทางที่ดีอย่าไว้ใจดีกว่า เพราะว่าได้ชื่อว่าคนจีนนั้นมีชื่อเสียงด้านโกงด้วยแล้วละก็ ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศไต้หวันก็ตามเถอะ  ไม่งั้นอาจจะเสี่ยงของหายไปโดยไม่รู้ตัวได้คะ

3.เงินสดอย่าพกติดตัวไปเยอะ

  สำหรับมือใหม่เพิ่งหัดเที่ยว มักจะแสดงอาการเก้ ๆ กังๆ เป็นเป้าสายตาของเหล่ามิจฉาชีพดูคุณออกได้ว่าเป็นมือใหม่ ง่ายต่อในการหลอกลวงและกรรโชกทรัพย์ได้เหมือนกัน การพกเงินสดไปไหนมาไหนจึงควรจะหลีกเหลี่ยงมากว่า เพื่อความปลอดภัยค่ะ

www.85tour.com

เที่ยวสุดยอดพิพิธภัณฑ์สุดแปลก ของประเทศเกาหลี

แนะนำเที่ยวสุดยอดพิพิธภัณฑ์สุดแปลก ของประเทศเกาหลี

   อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาหลี ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับ  มักมีสิ่งแปลกใหม่ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง อย่าง 2-3 ปีที่แล้วก็ได้มีพิพิธภัณฑ์แบบลวงตาสุดแปลก แต่เสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างสุด ๆ ไปเลยค่ะ   คราวนี้จะมาแนะนำพิพิธภัณฑ์สุดทึ่งของเกาหลีให้เป็นที่รู้จักกัน

1.สัมผัสพิพิธภัณฑ์ Alive ของประเทศเกาหลี

    โดยทั่วไปการที่เราได้ชม 3 มิติก็นับว่าสุดยอดแล้ว เช่นการชมภาพยนตร์สามมิติ  แค่นี้ก็ทึ่งแล้ว แต่ว่าที่เกาหลีนั้นมีพิพิธภัณฑ์สุดแปลกที่เรียกว่าสัมผัสแบบ  4 มิติ  นั้นคือพิพิธภัณฑ์ Alive  ของประเทศเกาหลี เรียกได้ว่าเรียกความสนใจได้อย่างมากในความน่าทึ่งของภาพลวงตา 4 มิติ ทีเป็นศิลปะดิจิตอลยุคใหม่  เพื่อ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปได้อย่างจุใจ  โดยที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านใจกลางของกรุงโซล อินซาดง    สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นมาทันที แม้ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของชาวเกาหลีก็ตาม

2.เที่ยวพิพิธภัณฑ์ trick eye แห่งเกาหลี

    คำว่า trick eye นั้นมีความหมายว่า ลวงตา  จึงเป็นที่มาของพิพิธภัณฑ์ของภาพลวงสามมิติที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและขาวเกาหลีเองก็ตาม  ด้วยความเหมือนจริงในการจัดแสดงงานศิลปะมากกว่า 100 ชิ้น ถูกจัดแสดงอยู่ใน  3 ฮอลล์ใหญ่  มีความสมจริงมากจนน่าทึ่ง  พร้อมทั้งยังมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพประทับใจได้ทุกภาพด้วยค่ะ  จึงเป็นที่มาของบรรดาเหล่าชาวโซเชี่ยลต่างก็นิยมเดินทางไปที่ trickeye เพื่อถ่ายรูปเก็บภาพกัน โดย Trickeye นั้นตั้งอยู่ที่โซลค่ะหาไม่ยากเลย

 www.grandholiday.co.th

แนะนำ 3 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นชมเชิงธรรมชาติ

แนะนำ 3 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นชมเชิงธรรมชาติ

     ในช่วงที่บ้านเรานั้นเข้าสู่ฤดูฝน แต่ที่ญี่ปุ่นเพิ่งเข้าสู่ฤดูร้อนเหมาะแก่การไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอย่างมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะสถานมี่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่คุณจะได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ให้เต็มปอด คราวนี้จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเพิ่มเติมอีกคะ

   1.เมืองฟุราโนะ ประเทศญี่ปุ่น

  เมืองแห่งนี้เป็นเมืองอันดับต้น ๆ ในเรื่องการชมดอกไม้ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าถ้าใครที่มาเที่ยวฮอกไกโดต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้  โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนจะได้ชมดอกแมรี่โกลด์ ดอกป๊อปปี้  ดอกและลาเวนเดอร์ ที่บานสะพรั่งพร้อมกันสวยงามมาก  รวมไปถึงสวนดอกไม้สีรุ้งแสนสวยด้วย ทีหาชมได้จากฟาร์มโทมิตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เมือมาถึงฟาร์มแห่งนี้แล้วแนะนำอย่าพลาดชิมไอศกรีมรสลาเวนเดอร์   นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ระลึกเป็นของฝากได้อีกด้วยค่ะ

   2. เมืองโอโฮทสึคุ ประเทศญี่ปุ่น

   เป็นอีกเมืองแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเรื่องดอกไม้ดอกทิวลิปหลายสีกว่า 120 สายพันธุ์และทุ่งชิบะซากุระหรือพิงค์มอส เรียกว่าได้ถ่ายรูปอย่างจุใจกันเลยทีเดียวในการมาเที่ยวช่วงซัมเมอร์ของญี่ปุ่น นอกจากนี้นั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ธรน้ำแข็งโอโฮทสึคุ ริวเฮียว ที่ได้มีการออกแบบจำลองธารน้ำแข็งในฤดูร้อน พิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบาชิริ ถึงขึ้นได้ชื่อว่าได้มาเยือนยังเมืองโอโฮทสึคุอย่างแท้จริง

   3.เมืองมัทซมาเอะ ประเทศญี่ปุ่น

  เมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของชาวซามูไร  จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ก็คือ ต้นซากุระไว้ถึง 10000 ต้นทีได้ปลูกไว้ภายใน ปราสาทมัทซึมาเอะ เมื่อถึงฤดูร้อนของชาวญี่ปุ่นนั้น จะได้พบดอกซากุระที่จะเบ่งบานสวยงามเป็นอย่างมาก  ด้วยความเป็นเมืองแห่งสายเลือดซามูไร ในช่วงฤดูร้อนนั้นจะมีการจัดงานเทศกาลโจคะ เป็นการจัดขบวนพาเหรดซามูไรให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน

www.grandholiday.co.th

พาเที่ยว 2 สถานที่สุดแปลกจากธรรมชาติของอเมริกา

แนะนำพาเที่ยว 2 สถานที่สุดแปลกจากธรรมชาติของอเมริกา

       ครั้งหนึ่งในชีวิตอาจจะได้ไปเที่ยวอเมริกานั้นก็เป็นที่ใฝ่ฝันเป็นเรื่องที่ดีเลย  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ เนื่องจากอเมริกามีพื้นที่ที่ใหญ่มาก  พร้อมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงมาก  ๆ โดยเฉพาะการเลือกไปยังสถานที่สวยแปลก และพิสดาร เป็นกรณีพิเศษ  เนื่องจากสถานที่แห่งนี้อยู่ไกลจากถนนทางหลวงหรืออยู่ในป่าลึกมากนั้นเอง บทความนี้จะพาท่านไปรู้จักกับสถานที่ท่องเทียวสุดแปลกที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ เพื่อเป็นการประเดิมในการไปเที่ยวอเมริกาด้วยค่ะ

1.สัมผัสทะเลเกลือ อุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์

  ที่อุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์นี้ มีชื่อสถานที่แห่งหนึ่งนั้นคือ หุบเขานรก  ต้องมาสัมผัสทะเลเกลือ   ที่มีลักษณะเป็นเกลือแบบขึ้นเม็ดให้เห็นกันเลยค่ะ เนื่องมาจากบริเวณแห่งนี้มีจุดที่ต่ำที่สุดในอเมริกา   ประกอบกับมีเทือกเขาล้อมรอบจึงทำให้แสงแดดที่ร้อนจัดทำให้บริเวณนี้มีอากาศที่อบอ้าว   ทำให้แม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะพอมี น้ำในทะเลเกลืออยู่บ้าง แต่ด้วยความร้อนดังกล่าวน้ำจึงระเหิดแห้งไปหมด จนเกิดเป็นลานเกลือ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่แห่งนี้ไม่ขาดสาย

  1. สัมผัสบ่อน้ำพุร้อนหลากสี morning Glory Pool

    ปรากฎการณ์ธรรมชาติแปลกตามีหลากหลายสีสันคล้ายดอก morning glory  อยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Yellowstone นั้นเอง ส่วนสาเหตุนั้นได้ว่าสืบเนื่องมา จากการเกิดปฏิกิริยาทางแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในน้ำค่ะ  จึงได้เกิดเป็นบ่อน้ำพุร้อที่มีความสวยงามมาก ๆ  เลยค่ะ ทำให้รู้สึกได้ไปอยู่อีกมิติหนึ่งของโลกเราเลยทีเดียวเลย  แต่บางครั้งด้วยความมือบอนของมนุษย์นั้นมีคนแอบเอาเหรียญโยนลงไปยังบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้  เพื่ออยากดูเรื่องปฏิกิริยา แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำลายธรรมชาติมากกว่า  แต่ก็ไม่มีผลอะไรต่อนักท่องเที่ยวมากนัก เพราะในแต่ลปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย

www.grandholiday.co.th

แนะนำมารยาทในการรับประทานซูชิ ที่คนไทยรู้ไว้ดีกว่านะ!

แนะนำมารยาทในการรับประทานซูชิ รู้ไว้ดีไม่เสียหลาย!

      เมนูอาหารเลิศรสชื่อดังเป็นอาหารประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น ที่โด่งดังไปทั่วโลกด้วยรสชาติที่เป็นเอกเฉพาะตัวที่ถูกอกถูกใจคนทุกเพศทุกวัยนั้นคือ ซูชิ ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบให้รับประทานกัน แต่จะต้องประกอบไปด้วยเครื่องเคียงที่สำคัญอย่าง โชยุ, วาซาบิ, ขิงดอง ขาดไม่ได้เลยค่ะ แม้ว่า “ซูชิ” จะเป็นเมนูอาหารยอดฮิตจนคนไทยหลายคนก็รู้จักนิยมรับประทานกัน แต่เชื่อไหมว่าจะมีเพียงไม่มีกี่คนเท่านั้นที่จะทราบในเรื่องมารยาทในการรับประทานซูชิตามมาตรฐานของคนญี่ปุ่นจริงๆ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้กันเลย

  1. ซูชิมักจัดเป็นคำสิ่งที่ไม่ควรทำนั้นก็คือควรกินทีเดียวให้หมดคำไม่ควรกัดเหลือไว้แค่ครึ่งหนึ่งแล้วคาจานไว้ ส่วนวิธีการรับประทานหมดคำทำได้ด้วยการหันด้านที่เป็นเนื้อปลานั้นสัมผัสกับลิ้นผู้ทานโดยตรง อีกสิ่งหนึ่งไม่น่าทำคือการเอาขิงดองมาวางไว้บนซูชิ เพราะเป็นการลายรสชาติของซูชิโดยไม่รู้ตัว ซึ่งขิงดองนั้นมีไว้ตอนที่เราทานซูชิ เสร็จปิดท้วยด้วยการกินขิงดองล้างปาก
  2. เนื่องจากคนไทยนั้นนิยมกินอาหารรสจัดจึงเป็นที่มาในการนิยมเอาซูชิผสมลงในในโชยุจนกลายเป็นน้ำจิ้มแจ่วอันยอดนิยมที่คนไทยมักชอบทำกันเป็นประจำอย่างเด็ดขาด (อาจเป็นเพร่ะว่าดูแล้วสะใจก็เถอะ 555+) ขอให้ท่องในใจไว้เลยว่าเรามากินซูชิ ไม่ควนนำซอสโชยุใส่วาซาบินะคะ แต่ถ้าอดไม่ได้แนะนำให้ใส่แค่เพียงเล็กน้อยลงบนซูชิได้เลยค่ะ
  3. ถึงแม้ทางญี่ปุ่นจะมีวัฒนธรรมการหยิบซูชิแบบดังเดิมด้วยมือเปล่า แต่คิดว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน คุณอาจจะเลือกที่จะใช้ตะเกียบคีบซูชิก็ไม่เป็นอะไรนะ ส่วนการใช้ตะเกียบนั้นมีข้อระมัดระวังคือ เมื่อดึงตะเกียบแยกออกจากกันแล้วไม่ควรนำมาทูไปมา เป็นเรื่องที่ไม่น่าทำถือว่าเป็นการเสียมารยาทมากๆ เลยค่ะ
  4. จุดเด่นของการทานซูชินั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องปลา ครั้งนี้มาเรียนรู้วิธีทานปลาที่มีรสชาติอ่อนที่สุดก่อนเสมอ แล้วค่อยไล่ไปยังอาหารที่มีรสชาติที่ดีกว่าต่อไป อย่างปลาแซลม่อนหรือไข่ปลาแซลมอนนั้นเป็นปลาที่มีเนื้อมันๆ ควรเก็บไว้ทีหลัง ต่อด้วยไข่หวาน แล้วจบไปด้วยการรับประทานซูชิในรูปแบบโรลต่างๆ เป็นการแสดงเจตจำนงค์จนจะอิ่ม ด้วยแนวทางที่แนะนำนี้จะเป็นการซึมซับรสชาติของซูชิได้อย่างเต็มที่ค่ะ ^^
  5. เมือคุณรับประทานซูชิจนเรียกว่ากินต่อไม่ได้อีกแล้ว แนะนำให้วางตะเกียบลงบนถ้วยโชยุ แบบแนวนอนขนานกับโต๊ะ เป็นสัญลักษณ์ในการบอกกว่าคุณอิ่มแล้วค่ะ

www.grandholiday.co.th

สัมผัสดินแดนแห่งจินตนาการ ไปเที่ยวเอเวอร์แลนด์กันเถอะ!

พาไปสัมผัสดินแดนแห่งจินตนาการ ไปเที่ยวเอเวอร์แลนด์กันเถอะ!

    สวัสดีค่ะ ในบทความนี้จะพาท่านมายัง “สวนสนุกเอเวอร์แลนด์” ทีมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง ชวนกันนั่งไทม์แมชชีนด้วยการย้อนเวลากลับไปในตอนเด็ก ด้วยความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างมาเอาใจเด็กๆ หรือคนที่อยากย้อนวัยนั้นเองค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย!

     “สวนสนุกเอเวอร์แลนด์” ได้ทำการเปิดให้ชมครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1976 จัดได้ว่าเป็นสวนสนุกที่ได้รับตอบรับจากชาวเกาหลีเป็นอย่างมาก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยถึงปีละ 9  ล้านคนเลยทีเดียวจนได้รับขนานนามว่า “ดิสนีย์แลนด์เกาหลี” ตั้งอยู่ในหุบเขายงอิน ซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงโซล สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของสวนสนุกแห่งนี้นั้นเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศเกาหลีที่คนไทยนั้นย่อมรู้จักดีแน่ เพราะมีมีสินค้าหลายอย่างที่เกี่ยวกับสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ที่ส่งจำหน่ายไปทั่วโลก นั่นก็คือ “ซัมซุง” นั่นเองค่ะ เหตุผลแห่งการสร้างสวนสนุกแห่งนี้เกิดจากความดีใจของเจ้าของบริษัทซัมซุงที่ได้หลานจากการเกิดจากบุตรชายคนโตด้วยความเห่อที่ได้หลานจากคุณปู่นั้นจึงได้เกิดการสร้างสวนสนุกแห่งนี้ขึ้นมา  โดยการควักเงินก้อนโตซื้อภูเขาหนึ่งลูก เพื่อที่จะเนรมิตภูเขาแห่งนี้เป็นสวนสนุกเพื่อต้อนรับขวัญหลานนั้นเอง  (ไม่รวยจริงทำไม่ได้นะคะเนี่ย 555+)

      เมื่อเราทราบประวัติคร่าวๆ สวนสนุกแห่งนี้แล้วคราวนี้แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าที่นี้จะเต็มไปด้วยความหลากหลายของความสนุกอันตื่นเต้นเร้าใจ  พระเอกของสวนสนุกแห่งนี้นั้นคือ รถไฟเหาะรางไม้ “T-Express”  ใครที่ได้มาสัมผัสเครื่องเล่นตัวนี้  เชื่อว่าคงให้คำจำกัดความเจ้าเครื่องเล่นชนิดนี้ไว้อย่างสั้นๆ ว่า “3 นาทีแห่งความหฤหรรษ์” เหตุผลนั้นคือมันเป็น 3 นาทีที่คุณอาจจะต้องลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปได้เลย แล้วต้องส่งเสียงกรี๊ดกันลั่นอย่างสุดเสียงกันเลยทีเดียว (ไม่เว้นแม้แต่คุณผู้ชาย 555+) เพราะเจ้ารถไฟเหาะ T-express มีความเร็วในการวิ่งถึง 104 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อพานักท่องเที่ยวไปยังจุดที่สูงที่สุดของรางและนำคุณทิ้งดิ่งลงทันทีด้วยความชันระดับ 77 องศา ซึ่งเรียกได้ว่าเกือบหยุดหายใจกันเลยทีเดียว 555+

    นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะเอาใจเด็ก ๆ นั้นคือ สวนสัตว์หรือแดนซาฟารี  โดยที่จะมีการนำเอารถบัสนำพาชมความน่ารักของสัตว์นานาชนิดในซาฟารีแห่งนี้ ที่สำคัญสวนสนุกระดับนี้ย่อมมีพระเอกสำคัญอย่างเจ้า “ไลเกอร์”  ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติของสิงโตเพศผู้กับเสือเพศเมีย โดยที่ไม่ได้มีการผสมเทียมแต่อย่างใด  จุดเด่นอีกอย่างแห่งหนึ่งของสวนสนุกแห่งนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อตอบรับความต้องการของนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ไว้ถึง 5 โซน มีการจัดงานตามเทศกาลต่างหมุนเวียนตลอดทั้งปี  อย่างเช่น  เทศกาลหิมะ การเล่นเลื่อนหิมะ เทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลฮาโลวีน แถมเอาใจเอาใจคนรักดอกไม้ ด้วย “เทศกาลดอกไม้” นานาชนิดที่สวยงามอีกด้วย

www.grandholiday.co.th

สัมผัสหอคอยแห่งความรัก N Seoul Tower แห่งประเทศเกาหลี

พาเที่ยวชมสัมผัสหอคอยแห่งความรัก N Seoul Tower  แห่งประเทศเกาหลี

N Seoul Tower หรือ “นัมซาน ทาวเวอร์” เป็นหอคอยเด่นอยู่ใจกลางเมืองกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตรและด้วยความสูงจากพื้นดินถึง 479 เมตร  ได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1969  แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ Tower, Plaza และ Lobby จุดเด่นของหอคอยที่นี้มีความงดงามจากแสงไฟหลากสีสันในยามค่ำคืนวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแบบ 360 องศา จึงได้ชมความสวยงานได้แบบชัดเจนทั่วทั้งกรุงโซลในเวลากลางวัน  ด้านบนของหอคอยยังมีหน้าต่างที่แกะสลักระยะทางระหว่างหอคอยโซลไปยังเมืองใหญ่ต่างๆ อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเลยหากไปถึงที่นั่นคือ “การคล้องกุญแจคู่รัก” ที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมกันจนทั่วบ้านทั่วเมือง (ซึ่งเรื่องแบบนี้พี่ไทยอย่างเราที่ดูซีรี่ส์ก็อิน ฟินกันจนกระทั่งยอมเสียเงินบินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อไปคล้องกุญแจคู่รักกันจนถึงที่!!) สุดท้ายก็มีคู่รักเกาหลีบางคู่ได้นำเอสโซ่คล้องรถจักรยานมาคล้องไว้แบบเดียวกับวิธีเดิม วิธีแบบนี้ตัวผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้ผลเช่นเดียวกันกับวิธีการดั้งเดิมอย่างการคล้องกุญแจรึเปล่านะคะ 555+   เหตุผลที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เนื่องมีความเชื่อในหมู่คู่รักชาวเกาหลีที่ว่าคู่รักคู่ใดที่ได้มาคล้องกุญแจเอาไว้  ณ สถานที่แห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ “จะคงอยู่ตราบจนชั่วนิรันดร์” เปรียบเสมือนแม่กุญแจที่แกะออกจากกันไม่ได้ฉันนั้น (เพราะโยน ลูกกุญแจทิ้งไปแล้วนั่นเอง 555+)

จากข้อมูลเบื้องต้นนั้นหอคอยแห่งนี้ได้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศเกาหลีไปแล้ว แถมยังได้ชื่อว่าเป็น”หอคอยแห่งความรัก”  ที่มีบรรดาคู่รักนิยมไปคล้องกุญแจกัน  วัฒนธรรมสิ่งนี้ได้ถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เกาหลี  ใช้หอคอย  N Seoul Tower หรือ “นัมซาน ทาวเวอร์” เป็นสถานที่ถ่ายทำละครซี่รี่ชื่อดัง  ส่วนใหญ่มจะเป็นฉากรักแบบกุ๊กกิ๊กๆ กันระหว่างพระเอกและนางเอกของเรื่องหรือการออกเดทระหว่างคู่รัก เป็นต้น

ส่วนเรื่องวิธีการเดินทางไปยัง N Seoul Tower ชาวเกาหลีเองนั้นส่วนใหญ่เค้าจะนิยมการเดินขึ้นเขาเองมากกว่านั้นพอมีหลายวิธีไม่ว่าการเดินขึ้นเขาจากด้านล่างหรือว่าจะเป็นการนั่งกระเช้าไฟฟ้าจากสถานีเนินเขา การนั่งรถบัสขึ้นไปยังลานจอดรถด้านบนนั้นต่อด้วยการเดินขึ้นเขาต่อเพิ่มอีกนิดหน่อยก็ได้ค่ะ ส่วนเราจะเลือกวิธีไหนนั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่ใครจะเลือกแบบไหนแล้วแต่ชอบคะ

www.grandholiday.co.th

สัมผัสแห่งธรรมชาติเมืองเซี่ยเหมินทะเลจีนใต้

พาไปสัมผัสแห่งธรรมชาติเมืองเซี่ยเหมินทะเลจีนใต้

    ตั้งแต่จีนเปิดประเทศนั้นได้พัฒนาประเทศอย่างจริงจัง  ทำให้หลายณฑลของจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงพร้อมทั้งเกิดแหล่งท่องเที่ยวมากมาย  สำหรับใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติคล้ายกับภาคใต้บ้านเรานั้นคือเซี่ยเหมิน  ที่มีอากาศนั่นมีความเย็นสบาย   พร้อมทั้งไม่ได้หนาวจนถึงขั้นหิมะตก ด้วยความเป็นเมืองค่อนข้างที่จะเจริญและแบ่งแยกขอบเขตอย่างชัดเจนมากมาย  ตอนนี้มีบริษัทจัดทัวร์มากมายหลากหลายให้บิรการ    ยังเป็นเมืองที่มีการจราจรไม่ค่อยติดสักเท่าไหร่ และความหนาแน่นของประชากรไม่มากเหมือนกับตัวเมืองปักกิ่ง มาเก๊า

     เซี่ยเหมิน เป็นเมืองติดทะเล และมีอากาศเย็นสบายสบาย เป็นเมืองน่าไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน  โดยที่ปราศจากความวุ่นวาย  ทำให้นักท่องเที่ยวที่หนีความวุ่นวายสบายใจมากขึ้น  นอกจากนี้ ทุกๆ 1 กิโลเมตร  แล้วทางรัฐบาลจีนยังมีสวนสาธารณะหลากหลายให้คุณแวะเดิน   พร้อมทั้งเปิดให้ผู้คนมานั่งเล่นพักผ่อนได้อย่างสะดวกตามอัธยาศัย สำหรับเมืองใหญ่ขนาดนี้ย่อมจะมีขอทานจากที่ต่าง ๆ  มาขอทานจากนักท่องเที่ยว แนะนำอย่าให้เงินเป็นอันขาด เพราะว่าหากขอทานรู้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น มักจะพยายามทำให้เราอายโดยการโวยวายว่าได้น้อย เพื่อที่จะให้ได้เงินเยอะขึ้นมากนั้นเอง  ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลแห่งเมืองเซี่ยเหมินนั้นจะประกาศห้ามเด็ดขาดไม่ให้ขอทานเข้ามาขอทานสร้างความรบกวนแก่นักท่องเที่ยวแล้วก็ตาม

   ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งในการมาเที่ยวเมืองจีนแห่งนี้  ต้องเข้าใจวัฒนธรรมการใช้ถนนท่านจะเห็นมีคนจีนเดินกันไปมาเต็มถนนไม่สนรถที่สัญจรอยู่บนท้องถนน  เพราะกฎหมายจะเอาความผิดสำหรับคนที่ขับรถชนคนทุกกรณี   สำหรับคนเดินบนถนนนั้นไม่ผิด  ภาพการเดินบนถนนแบบกันสะเปะสะปะมากและแทบไม่ค่อยสนใจรถที่กำลังขับมาเลยแม้แต่น้อย  บางครั้งอาจจะสร้างความหงุดหงิดใจให้แก่ผู้ที่ขับรถที่มีชั่วโมงเร่งด่วน ต้องการไปทำธุระ   สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อาจจะมองในเรื่องธุรกิจ  ที่นี้นั้นยอมรับให้คนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจได้นั้นแต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของเขา  ไม่ว่าจะทำหอพัก คอนโดหรือร้านภัตตาคาร  ในแต่ละปีทีนี้จะมีรายได้จากการเก็บค่าเช่าหลายล้านบาทเลยทีเดียว     จะเห็นว่าเขาให้ความสำคัญต่อชาวบ้าน  หากรัฐบาลจะทำการตัดถนนผ่านบ้านของชาวจีนในเมืองนี้  ก็ต้องจัดหาบ้านใหม่และผลตอบแทนที่เป็นธรรม อีกด้วย  www.grandholiday.co.th

เที่ยวจังหวัดไซตามะประเทศญี่ปุ่นใน 1 วัน

แนะนำไปเที่ยวจังหวัดไซตามะประเทศญี่ปุ่นใน 1 วัน

    จังหวัดไซตามะเป็นเหมือนเขตปริมณฑลของประเทศญี่ปุ่น  โดยตั้งอยู่บริเวณในภูมิภาคคันโตไม่ไกลจากเมืองหลวงโตเกียวของประเทศ และการเดินทางไปมาสะดวกรวดเร็วด้วยการนั่งรถไฟฟ้าเพียงแค่ 20 นาทีไม่แออัดเท่าที่ควร  ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก

    สำหรับในการเที่ยวชมจังหวัดไซตามะใน 1 วันจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  เพราะว่าที่นี้มีสนามกีฬาไซตะมะ ซึ่งเป็นสนามกีฬาฟุตบอลที่ใช้แข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2002  นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กีฬาในร่มเย็นที่มีความเป็นไฮเทคอย่างมาก  หลังจากนั้นแนะนำมาเยือนดินแดนที่ได้รับฉายาว่าเป็น “ลิตเติ้ล เอโดะ” (Little Edo)  ที่เป็นเมืองเล็ก ๆ อย่างคาวาโกะ  เป็นเมืองที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าๆที่ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้เหมือนเมื่อสมัยเอโดะ  แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็นิยมที่จะมาใช้เที่ยวที่นี้กันมาก นอกจากนี้ยังได้อนุรักษ์ขนมโบราณที่มีรสชาติอร่อยไว้ให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย

  สิ่งที่โดดเด่นของจังหวัดนี้อยู่ที่เมืองชิชิบุ เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งสวนดอกไม้มีขนาดใหญ่โตมากและ กว้างขวางชื่อว่าสวน Hitsujiyama Park เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาชมดอกไม้ โดยเฉพาะดอก Shibazakura (Moss phlox) และดงดอกไม้สีชมพู 400,000 ต้น ของดอก shibazakura ซึ่งจะเบ่งบานในช่วงกลางเดือนเมษายน – ต้นเมษายน  ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ  จึงจะได้ชมสวนดอกไม้แห่งนี้ พร้อมกับบรรยากาศเทือกเขา ทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม  มีภูเขาสูง 3 แห่ง นั่นคือภูเขาฮิวาดะ, ภูเขาทากาซูสึ และภูเขาโมโนมิ มีความเขียวชอุ่ม สดชื่น และความเย็นฉ่ำของน้ำตกหลายแห่ง  พร้อมทั้งเส้นทางป่าให้เดินสำรวจ

   สำหรับช่วงท้ายของรายการเที่ยวภายใน 1 วัน นี้ของจังหวัดไซตามะ ก็คงต้องหาอะไรกิน ซึงจังหวัดแห่งนี้เองก็มีชื่อเสียงในเรื่องของกินขึ้นชื่อที่ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ (แต่ละท้องถิ่นในญี่ปุ่นนั้นก็ย่อมมีทีเด็ดของกิน) ขอที่มีชื่อเสียงเป็นต้องลองอันได้แก่เช่น เซมเบ้, อุด้งเย็น ราเม็งท้องถิ่น ที่หากินได้ไม่ยากจากร้านค้าท้องถิ่น  สำหรับอีกอย่างหนึ่งที่อยากแนะนำให้รู้จักนั้นคือ สาเก จังหวัดแห่งนี้เป็นแหล่งบ่มเหล่าสาเกที่มากกว่า 35 แห่งทั่วทั้งจังหวัดแล้วยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าแวะดูการผลิตและซื้อของฝากได้อีกด้วย

www.grandholiday.co.th

มาเที่ยวชิคาโก ต้องสนุกกับกิจกรรม 6 อย่าง

มาเที่ยวชิคาโก ต้องสนุกกับกิจกรรม 6 อย่างที่พลาดไม่ได้

    เชื่อหรือครับไม่ว่า ชิคาโก ที่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ  การค้า การท่องเที่ยวและสังคม  จัดได้ว่าเป็น 1 ใน 10 ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเพียงแค่ทุ่งนาเท่านั้น  แต่ปัจจุบันเป็นเมืองสำคัญของรัฐอิลลินอยส์ไปแล้ว บทความนี้จะมาแนะนำกิจกรรมเด่นของเมืองชิคาโกมาแนะนำกันครับ

1.ยามค่ำคืน ชวนกันนั่งเฮลิคอปเตอร์

    สำหรับค่าตั๋วของทัวร์นี้จะพบว่ามีราคาแพงไปหน่อยแต่ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะจะได้เที่ยวชมรับทัศนียภาพตึกระฟ้าต่างๆประดับประดาไปด้วยแสงไฟทั่วเมืองด้วยที่เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจเมืองหนึ่งนั้น  นักท่องเที่ยวจะได้ชมความงามของแสงไฟนับล้านดวงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวยอมจ่ายค่าขึ้นเฮลิคอปเตอร์

2.ล่องแม่น้ำชิคาโกไปกับเรือล่องเร็วสปีดโบ้ท

    สำหรับใครที่เคยได้ยินชื่อเสียง น้ำพุบัคกิ้งแฮม, ท่าเรือชิคาโก, สวนสาธารณะแกรนท์ และมิวเซียมแคมปัส เป็นต้น จนไปจบที่ทะเลสาบมิชิแกน  ของเมืองชิคาโก แนะนำให้ไปเที่ยวด้วยเรือสปีดโบ้ท  มีทั้งไกด์ที่จะพานักท่องเที่ยวชมนิทรรศการสถาปัตยกรรมของเมือง

3.Skydeck ที่ที่น่าเดิน

     สำหรับใครที่อยากได้ประสบการณ์เสียวได้ระทึกใจ แนะนำไปที่ตึก  Willis Tower ชั้น 103  ที่นั้นจะมีดาดฟ้ากระจก หรือ Skydeck ที่จะทำให้คุณจะสามารถเห็นวิวมุมสูงเมืองชิคาโกอย่างแจ่มชัด  โดยที่ดาดฟ้ากระจกจะยื่นออกจากตึก ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนอากาศเหนือเมืองชิคาโกแห่งนี้

4.บันเทิงไปกับละครเทวี

    ชิคาโกมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องละครเวทีด้วยรางวัลการันตี Tony award, Olivier award โดยทั่วไปจะเรียกละครเวทีอีกชื่อหนึ่งคือ บรอดเวย์ มิวสิคัล (Broadway Musical)  ประกอบไปด้วยรูปแบบการแสดง เพลงและการเต้นรำในลักษณะต่างๆ มีทั้งบัลเล่ห์และโอเปร่า จึงเป็นจุดเด่นของเมืองชิคาโก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของละครเทวีเพลงอเมริกัน

5.สุนทรีย์ไปกับถิ่นกำเนิดดนตรีแจสบลูส์

  เมืองชิคาโกจัดว่าเป็นถิ่นกำเนิดของแนวดนตรีแจสบลูส์  ที่จะมีแสดงตาม ผับ บาร์ในยามค่ำคืนในเมืองแห่งนี้ส่วนใหญ่จะแสดงแนวนี้กันหมด  เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะพักผ่อนสบายอารมณ์กับการจิบเบียร์แล้วฟังเพลงแนวสบายๆ

6.เที่ยวกินเมืองฮ็อทด็อก

  เมืองชิคาโกยังมีความเด่นในเรื่องอาหารยอดนิยมของคนอเมริกัน นั้นคือฮ็อทด็อก มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่แพ้เมืองอื่น ๆ เป็นต้นตำรับในเรื่องของอาหารฟาสต์ฟู้ดอีกด้วยจึงมีโอกาสได้เห็นว่าสองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านอาหารแห่งนี้  www.grandholiday.co.th